![]()

การเดินทางมาหลวงพระบางทางเรือ จาก อ.เชียงของ(เชียงราย) – หลวงพระบาง
นั่งรถทัวร์ไปลงที่ อ.เชียงของ (จ.เชียงราย) โดยไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ มีรถทัวร์สายเหนือหลายบริษัทให้เลือกเมื่อมาถึง อ.เชียงของแล้ว (ขอแนะนำให้ข้ามมานอนที่ฝั่งลาวเลย เพราะจะได้จองตั๋วเรือโดยสารแต่เนิ่นๆกันเหนียว) สามารถจ้างรถสามล้อเครื่องไปที่ท่าเรือบั๊ค (ราคาประมาณ 20 บาท) แล้วทำใบออกเมืองที่ด่าน ตม.เชียงของ ตรงท่าเรือบั๊คและก็ลงเรือยาวข้ามไปฝั่งห้วยทรายแขวงบ่อแก้ว (ราคาค่าข้ามประมาณ 40 บาท) ทำใบเข้าเมืองที่ ตม.ห้วยทราย (ฝั่งลาวถ้าเป็นวันหยุดจะมีค่าล่วงเวลา 5,000 กีบให้กับเจ้าหน้าที่ตม.หรือประมาณ 20 บาท) จากนั้นนั่งรถสามล้อเครื่องราคาคนละประมาณ 10,000 กีบ (ประมาณ 40 บาท) เพื่อไปซื้อตั๋วเรือโดยสารที่ท่าเรือห้วยทรายไปปากแบง เมื่อได้ตั๋วโดยสารเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนั้นก็ควรหาที่พัก Guesthouse ที่ห้วยทรายมีให้เลือกมากมายราคาอยู่ประมาณ 300-400 บาท ให้ลองเดินเลือกดูก่อนถูกใจที่ไหนแล้วค่อยจ่ายเงิน
การนั่งเรือมาหลวงพระบางนี้คุณมี 2 ทางให้เลือก คือการนั่งเรือช้า( Slow Boat ) กับ เรือเร็ว ( Speed Boat )
จะมีข้อแตกต่างกันดังต่อไปนี้
เรือช้าที่จะล่องมาหลวงพระบางใช้เวลา 2 วัน โดยจะแวะค้างคืนที่เมืองปากแบง (แขวงอุดมไซ) 1 คืน ตื่นเช้ามาแล้วก็นั่งต่อเพื่อจะมาหลวงพระบาง เป็นเรือลำใหญ่กว้าง 3 เมตรยาว 30 กว่าเมตรมีห้องน้ำอยู่ในตัวเรือสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 50-80 คน
หมายเหตุ: เรือช้าจะต้องเสียค่าโดยสาร 2 ช่วง คือ ห้วยทราย-ปากแบง และปากแบง-หลวงพระบางค่าโดยสารประมาณ 100,000 กีบ/ช่วง จะไม่มีเรือนั่งรวดเดียวมาถึงหลวงพระบางโดยตรง

ห้วยทราย – ปากแบง เรือออกเดินทางจากห้วยทรายตอนประมาณ 10.30 – 11.00 น.
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง
เมื่อคุณมาถึงเมืองปากแบง ก็เท่ากับว่าคุณเดินทางมาได้ครึ่งทางแล้ว เรือจะแวะจอดเพื่อพักค้างคืนที่นี่ ต้องหาที่พักเอาเอง ซึ่งมีที่พักให้เลือกมากมายเช่นกัน วิธีการก็ใช้แบบเดียวกับที่ห้วยทรายคือเดินเลือกที่เราพอใจแล้วค่อยจ่ายเงิน ราคาค่าที่พักมีหลายระดับให้เลือกตั้งแต่ราคา 200-600 บาท (ขึ้นอยู่กับสภาพห้องพัก) ซึ่งจะมีคนเข้ามาถามถึงท่าเรือมีภาพห้องพักมาโชว์ให้ดูเสร็จสรรพ เมื่อได้ที่พักเรียบร้อยแล้วให้รีบไปซื้อตั๋วเพื่อจองเรือที่จะออกเดินทางวันรุ่งขึ้น (หาซื้อตั๋วได้ตามบริษัทท่องเที่ยวแถวๆนั้น) ที่ปากแบงจะมีการตัดไฟฟ้าตอนเวลาประมาณ 23.00 น.

ปากแบง – หลวงพระบาง เรือออกจากปากแบงเวลาประมาณ
8.30 – 9.00น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง
การเดินทางด้วยเรือช้า (Slow Boat) ถือว่าเป็นการเดินทางที่ยาวนานพอสมควรแต่ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่โรแมนติคใช้ได้ทีเดียว เพราะคุณจะได้เก็บเกี่ยวและถ่ายรูปวิวสวยๆ สองฝากฝั่งแม่น้ำโขงอย่างจุใจจนเบื่อกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีวันว่างพักผ่อนหลายๆวัน ส่วนที่นั่งบนเรือนั้น เรือหลายๆ ลำจะมีเพียงแค่ม้านั่งแข็งๆ ดังนั้นควรเอาเบาะรองก้นติดตัวไปด้วยก็ดี อีกอย่างถ้าไม่ลำบากจนเกินไปก็ควรตุนขนมประเภทขบเคี้ยวและน้ำดื่มไปด้วย


เรือเร็วจะใช้เวลาแค่ 7 ชั่วโมงมาถึงหลวงพระบาง (ห้วยทราย-ปากแบง 3 ชั่วโมง แวะกินข้าวที่ปากแบ่ง 1 ชั่วโมง ปากแบง-หลวงพระบาง 3 ชั่วโมง) ไม่แวะค้างคืน (การนั่งเรือเร็วจะเมื่อย เพราะเรือที่ใช้จะเป็นเรือคล้ายๆเรือหางยาวนั่งได้ 6-7 คน มีเสื้อชูชีพและหมวกกันน็อกให้ใส่) หากสนใจใช้บริการค่าโดยสารคนละ 1,600 บาท และจะต้องนั่งรถสองแถวหรือเหมารถออกมาขึ้นเรือที่ท่าเรือเมืองปากทาซึ่งอยู่ห่างจากท่าเรือเดิมไปประมาณ 40 กม.ทางตอนใต้ของเมืองห้วยทรายและจะจอดส่งผู้โดยสารลงที่หมายแค่บริเวณนอกเมืองหลวงพระบาง (ท่าเรือบ้านดอน) จากนั้นจะต้องเหมารถเพื่อเข้ามาในตัวเมืองอีกทีหนึ่ง (ค่ารถนั่งจากท่าเรือเข้าเมือง คนละ 80 บาท) เพราะหลวงพระบางมีระเบียบห้ามเรือเร็วแล่นเข้ามาส่งผู้โดยสารถึงในตัวเมืองหลายปีแล้วทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดมลภาวะทางเสียง)
ขากลับจากหลวงพระบางสำหรับท่านที่ยังพิสมัยในการนั่งเรืออยู่ก็สามารถติดต่อซื้อตั๋วโดยสารทางเรือล่วงหน้าได้ที่เคาท์เตอร์บริษัททัวร์ทุกแห่งซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปในเมืองหลวงพระบางครับ (แต่เวลานั่งเรือจากหลวงพระบางกลับมาที่ห้วยทรายเป็นการนั่งเรือทวนกระแสน้ำฉะนั้นระยะเวลาในการเดินทางก็จะยาวนานขึ้นอีกครับ) Update: ข้อมูลล่าสุดเมื่อ 22 Feb 2010
![]()